🔋

Lab 58 — ตัวเก็บประจุแผ่นขนาน (3D)

Parallel-Plate Capacitor — แผ่นโลหะวงกลมบนราง ปรับระยะ d · อัดประจุด้วยแหล่งจ่าย · วัดประจุด้วยคูลอมบ์มิเตอร์ C = Q/V · C ∝ 1/d หาค่า ε₀ · แยกวงจรแล้วเปลี่ยน d หรือสอดฉนวน ดูแรงดันด้วยอิเล็กโทรมิเตอร์ · หาค่าคงตัวไดอิเล็กทริก κ

3D · three.js KP Science simulation
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยังใช้แผนภาพด้านล่างได้
🧭 แผนภาพวงจร · แว่นขยายสเกลระยะ d — แตะที่สวิตช์ในแผนภาพเพื่อเปลี่ยนตำแหน่ง
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลและฉนวนปริศนาไม่ถูกเปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
📟 เครื่องวัด
แหล่งจ่าย50.0 V
อิเล็กโทรมิเตอร์— V
คูลอมบ์มิเตอร์ (ประจุที่ไหลผ่าน)0.00 nC
🔀 สวิตช์ S
แรงดันแหล่งจ่าย
📐 แผ่นโลหะ · ระยะ · ฉนวน
ระยะ dmm
แผ่นฉนวนหนา 3.0 mm (สอดระหว่างแผ่น):
ภาพ 3D: ลากแผ่นขวาเพื่อเปลี่ยนระยะ · มีฉนวนแล้ว d น้อยสุด 3.0 mm
📝 บันทึกผล
ระยะ d ที่อ่านได้mm
แรงดัน V (แหล่งจ่าย/อิเล็กโทรมิเตอร์)V
ประจุ Q (ตาราง A)nC
📋 ตาราง A — ความจุจาก Q/V
📋 ตาราง B — แยกวงจร (Q คงที่)
📈 กราฟ

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

⚠️ สายไฟและขั้วต่อมีความจุแฝงประมาณ 12 pF ต่อขนานกับตัวเก็บประจุเสมอ · ขอบแผ่นมีสนามไฟฟ้าล้นออก (fringing) ทำให้ความจุจริงมากกว่า ε₀A/d โดยเฉพาะเมื่อ d มาก · กราฟ C–1/d จึงไม่ผ่านจุดกำเนิดพอดี

การใช้งาน Simulation

ตอนที่ A — ความจุกับระยะห่าง (หา ε₀)

  1. ไม่มีฉนวน รัศมี 12.5 cm ตั้งแหล่งจ่าย 50 V · ตั้ง d = 2.0 mm
  2. สวิตช์ ① (อัดประจุ) → ตั้งศูนย์คูลอมบ์มิเตอร์ → สวิตช์ ③ (คายประจุ) อ่าน Q · บันทึกตาราง A (d, V = 50, Q)
  3. ทำซ้ำที่ d = 3, 4, 5, 6, 8, 10, 12, 15, 20 mm · เขียนกราฟ C = Q/V กับ 1/d หาความชัน = ε₀A แล้วคำนวณ ε₀
  4. เปลี่ยนเป็นแผ่นรัศมี 8.0 cm ทำซ้ำ เปรียบเทียบความชันกับอัตราส่วนพื้นที่

ตอนที่ B — ประจุคงที่ (แยกวงจร)

  1. d = 3.0 mm สวิตช์ ① อัดประจุที่ 50 V → สวิตช์ ② (แยกวงจร) · อ่านอิเล็กโทรมิเตอร์
  2. ค่อย ๆ เพิ่ม d เป็น 4, 6, 8, 10, 15 mm อ่านแรงดัน บันทึกตาราง B · เขียนกราฟ V กับ d
  3. กลับมาที่ d = 3.0 mm แล้วสอดแผ่นฉนวน (อะคริลิก / แก้ว / ปริศนา) อ่านแรงดัน · V_อากาศ / V_ฉนวน ได้ค่าน้อยกว่า κ เพราะความจุแฝงของสายและมิเตอร์ต่อขนานอยู่ · หา κ ที่แม่นกว่าด้วยตาราง A: κ = (C_ฉนวน − C_แฝง) / (C_อากาศ − C_แฝง) ที่ d = 3.0 mm โดย C_แฝง ≈ จุดตัดแกนของกราฟ C–1/d

วิธีบันทึกผล

C = Q / V (1 nC / 1 V = 1 nF = 1000 pF)
C = ε₀A/d → ความชันของกราฟ C–1/d = ε₀A A = πR²
ประจุคงที่: V = Q/C ∝ d ฉนวนเต็มช่อง: C = κε₀A/d

คำถามท้ายการทดลอง

  1. เมื่อแยกวงจรแล้วดึงแผ่นให้ห่างขึ้น แรงดันเพิ่มขึ้น พลังงานที่สะสมเพิ่มขึ้นหรือลดลง พลังงานมาจากไหน
  2. ถ้าต่อกับแหล่งจ่ายไว้ตลอดแล้วดึงแผ่นให้ห่างขึ้น ประจุบนแผ่นเปลี่ยนอย่างไร
  3. ทำไมกราฟ C–1/d จึงมีจุดตัดแกน C ไม่เป็นศูนย์
  4. สอดฉนวนแล้วสนามไฟฟ้าในฉนวนลดลงเพราะอะไร (ใช้แนวคิดโพลาไรเซชัน)
  5. แผ่นปริศนามีค่า κ ประมาณเท่าใด น่าจะเป็นวัสดุอะไร

1. ตัวเก็บประจุและความจุ

ตัวเก็บประจุประกอบด้วยตัวนำสองชิ้นวางใกล้กันโดยมีฉนวนคั่น · เมื่อต่อกับความต่างศักย์ V แผ่นหนึ่งมีประจุ +Q อีกแผ่น −Q · ความจุ C คืออัตราส่วนของประจุต่อความต่างศักย์ หน่วยฟารัด (F = C/V)

C = Q / V พลังงานสะสม U = ½QV = ½CV² = Q²/2C

2. ตัวเก็บประจุแผ่นขนาน

สนามไฟฟ้าระหว่างแผ่นสม่ำเสมอ E = σ/ε₀ = Q/(ε₀A) · ความต่างศักย์ V = Ed = Qd/(ε₀A) จึงได้

C = ε₀A / d ε₀ = 8.85 × 10⁻¹² C²/(N·m²) = 8.85 pF/m
ตัวอย่าง: R = 12.5 cm, d = 2 mm → C = 217 pF

3. ฉนวนไดอิเล็กทริก

เมื่อสอดฉนวนระหว่างแผ่น โมเลกุลในฉนวนเกิดโพลาไรเซชัน มีประจุเหนี่ยวนำที่ผิวฉนวนหักล้างสนามบางส่วน สนามในฉนวนลดลงเหลือ E/κ ความจุจึงเพิ่มเป็น κ เท่า (ถ้าฉนวนเต็มช่อง)

C = κε₀A / d ฉนวนหนา t ไม่เต็มช่อง: C = ε₀A / (d − t + t/κ)
วัสดุκ (โดยประมาณ)
อากาศ1.0006
กระดาษ2–3.5
อะคริลิก (PMMA)2.6–3.0
พอลิเอทิลีน2.3
แก้ว4–7
ไมกา5–7
น้ำ80

4. ประจุคงที่ กับ ความต่างศักย์คงที่

💡 แบบจำลองใน simulation: C_แผ่น = ε₀πR²/d_eff + ε₀R[ln(16πR/d) − 1] (สูตรของเคิร์ชฮอฟฟ์สำหรับจานกลมบาง รวมผลของขอบ) · d_eff = d − t + t/κ เมื่อมีฉนวน · ความจุแฝงของสาย 12 pF · อิเล็กโทรมิเตอร์ 15 pF